Tag Archives: ยุโรป

Railway Hiking Tour

Railway Hiking Route Schneeberg

Start: Puchberg railway station /  Dest: mountain railway station 
-เดินทางด้วยรถไฟที่ถูกแต่งหน้าตาเหมือนตัว  Salamander
-เริ่มต้นจากสถานี Puchberg railway station ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด (1800 เมตร) mountain railway station( Hochschneeberg ) รวมระยะทาง 9.8 กม. นั่งรถไฟขึ้นไปใช้ทั้งหมด 49นาที ระหว่างทางมี 6 สถานี สามารถลงได้ แต่ละสถานีจะมีร้านอาหารและเส้นทางการเดินชมวิวบนเขา ใกล้ไกลต่างกัน
-สถานี Baumgartner ระหว่างทางขึ้นรถจะจอดพัก เป็นเวลา 5 นาที ซึ่งจะมีร้านอาหารชื่อเดียวกัน ให้เข้าห้องน้ำ/ซื้อขนม (ขนมปังใส้แยม, ใส้ครีม อร่อยมาก) และเดินทางต่อไป
– จุดชมวิวโดยรอบ ซึ่งมองเห็นของเทือกเขาแอลป์สวยงามไกลสุดตา
-Elisabeth Kirche โบสถ์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดภายในสวยงามมาก โบสถ์นี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1901 เพื่อระลึกถึงการถูกลอบสังหารของพระนางอลิซาเบ็ต
-จุดหมายปลายทาง Fischer-Hütte ที่ความสูง 2049 m

Charles Bridge

สะพานชาร์ล (Charl’s Bridge) ถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปราก สะพานทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวา เชื่อมระหว่างย่านย่าน old town กับ lesser side  สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 โดยชื่อเดิมนั้นเรียกว่า สะพานปราก ต่อมาใน ค.ศ. 1870 จึงได้เปลี่ยนชื่อตามพระนามของพระเจ้าชาร์ล
  • สะพานนี้มีำตำนาน น่าสนใจไม่แำ้พ้เรื่องราวของรูปปั้นต่างๆ ที่เรียงรายกัน 2 ข้างบนสะพาน เซนต์หญิงทั้ง 3 ซึ่งมีตำนาน ต้องแก่ความตายก่อนวัยอันควร
    • St. Barbara สาวงามผู้หลบหนีพ่อมาบวชในศาสนา แต่พ่อผู้หึงหวงลูกสาวก็ตามมาฆ่าตัดหัวเธอ
    • Margaret หญิงสาวผู้มีศรัทธาแรงกล้า ปฏิเสธการสมรสกับคนนอกศาสนา จึงถูกทรมานจนตาย,
    • St. Elizabeth ธิดากษัตริย์ผู้อุทิศตนให้กับการดูแลผู้ป่วย
    • St. Cosmos and Damian แพทย์สองพี่น้องที่อุทิศตนดูแลรักษาผู้ป่วยจนได้รับการนับถือต่อมาเป็นนักบุญ
    • St. Francis Xavier นักบุญที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาทวีปเอเชีย
    • St. John the Baptist ผู้ทำพิธีล้างบาปให้พระเยซู
    • St. Vitus นักบุญที่กษัตริย์เวนเซสลัสนับถือ และนำนามของท่านมาสร้างวิหารเสียดฟ้าในปราสาท
    • St. Anne และ St. Joseph มารดาและสามีพระแม่มารี
    • St. John Nepomuk รูปปั้นจะเป็นสีบรอนซ์ไม่เหมือนใคร คริสต์ชนที่เดินข้ามผ่านสะพานนี้ มาหยุดอยู่หน้ารูปปั้น เพื่ออธิษฐานและแสดงความเคารพโดยการแตะๆ ลูบๆ แผ่นโลหะสีทองๆ โดยปกติแล้ว บริเวณนี้ผู้คนจะแน่นมาก ต้องต่อคิวกัน ว่ากันว่าหากใครอธิษฐานจะได้กลับมาเยือนปรากอีก

Schönbrunn

Schönbrunn พระราชวังเชินบรูนน์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่สำคัญของเวียนนา ประกอบด้วยตัวปราสาท, สวนสัตว์ และอุทยาน ในปี คศ. 1996 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ ณ.ที่ราชวังแห่งนี้ เป็นสถานที่ประสูติ เติบโต และสวรรคต (ค.ศ. 1848-1916) ของกษัตริย์ องค์สำคัญของออสเตรีย พระเจ้าฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef) พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ เมื่อพระชนมายุได้้เพียง 18 พรรษา และครองราชย์นานถึง 68 ปี ที่นี่จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวของพระองค์ และพระมเหสี พระนางอลิซาเบธ หรือ ซีซี (Sisi) มากมาย ตัวปราสาทสวยงาม หรูหรา สร้างขึ้นโดยมีต้นแบบมาจากพระราชวังแวร์ซาย ของฝรั่งเศส  มีห้องทั้งหมด 1,441 ห้อง ปัจจุบันเปิดให้เข้าชม 40 ห้อง ที่พระนางมาเรีย เทเรเซีย ทรงโปรดให้ปรับปรุงเป็นพระราชวังฤดูร้อน ส่วนของอุทยานมีเนื้อที่กว้างขวาง ประกอบด้วย น้ำพุ อาคารโรมันจำลอง รูปปั้นหินแกะสลัก อาคารด้านหลังสุด ของอุทยาน มีชื่อว่าโกลเรียตต์ (Gloriette) อยู่บนยอดเนิน ณ.ตรงนี้สามารถ มองเห็นวิวอันสวยงามของเมืองเวียนนา ตัวอาคารประกอบด้วยมีซุ้มโค้ง 11 ซุ้ม ยอดบนสุดของอาคารมีสัญลักษณ์ของราชวงศ์แฮบส์บวร์ก  คือ รูปนกอินทรีเหยียบลูกโลก  และด้านขวาของอุทยานเป็นสวนสัตว์เวียนนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

Belvedere Palace

พระราชวังเบลเวเดียร์ ( Belvedere Palace) พระราชวังที่ตั้งอยู่บนลาดเชิงเขา สร้างขึ้นตามศิลปะบาร็อกในปี ค.ศ. 1715-1723  เพื่อใช้เป็นที่พระราชวังฤดูร้อนของเจ้าชายยูจีนแห่งซาวอย (Prince Eugene of Savoy) ผู้นำกองทัพแห่งราชวงศ์แฮบส์บวร์ก ที่ทำสงครามจนได้รับชัยชนะพวกเติร์กที่เข้ามารุกราน  พระราชวังถูกออกแบบให้สร้างเป็นสองส่วน โดยมีสวนขนาดใหญ่เชื่อมระหว่างสองอาคาร
– Lower Belvedere หรือ ปราสาทเบลเวเดียร์ล่าง ส่วนนี้เคยเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของเจ้าชายยูจีน ปัจจุบัน เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปะออสเตรีย ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคปัจจุบัน  ค่าเข้าชม ส่วนนี้ 8 ยูโร.
– Upper Belvedere หรือปราสาทเบลเวเดียร์บน ส่วนนี้ทั้งหรูหราสง่างามกว่า ใช้เป็นที่รับรองแขกจัดงานเลี้ยงรื่นเริงสังสรรค์ รอบๆ อาคารประดับด้วยรูปปั้นสฟิงค์ ซึ่งถือได้ว่าแปลกไปกว่าที่อื่นๆ  จากส่วนนี้มองไปด้านล่างจะเห็นทัศนียภาพที่สวยงามทีเดียว ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงภาพเขียน ออสเตรียนแกลเลอรี (Österreichische Galerie หรือ Austrian Gallery)  ซึ่งถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ภาพเขียนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  จัดแสดงผลงานภาพเขียนของศิลปินดังๆ หลายท่านรวมทั้งศิลปินชาวออสเตรียน กุสตาฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) ภาพเขียนที่โด่งดังที่สุดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นภาพวาดแบบอาร์ตนูโวที่ชื่อว่า The Kiss ว่าักันว่าถ้ามาพระราชวังแห่งนี้แล้ว ไม่ได้เข้าชมภาพ “The Kiss”  ถือว่ามาไม่ถึง  ค่าเข้าชมส่วนนี้ 8 ยูโร
การซื้อบัตรเข้าชม ควรเลือกแบบเบ็ดเสร็จคุ้มกว่าสามารถเข้าชมได้ทั้ง 2ส่วน

Belvedere

Karlskirche

โบสถ์คาร์ล (Karlskirche) สร้างขึ้นอย่างงดงามด้วยศิลปะแบบบาโรคในยุคที่พัฒนาถึงขีดสุด  ที่มาของการสร้างโบสถ์แห่งนี้คือ ในราวปี ค.ศ.1713 ได้เกิดโรคระบาดใหญ่ใหญ่ลุกลามไปทั่วยุโรป  ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก  พระเจ้าคาร์ลที่ 6 ได้ทรงอธิษฐานว่าจะสร้างโบสถ์ขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญเซนต์ชาลส์ บอร์โรมีโอ (St.Charles Borromeo)  นักบุญแคทอลิกพระนามเดียวกับพระองค์  หากโรคระบาดสงบลง.