Tag Archives: Europe

ทัวร์กับคนไทย, ยุโรป,ออสเตรีย,เยอรมัน,ฮังการี,สเปน,อิตาลี,สวิสฯ, ทัวร์ยุโรป, เยอรมัน, เบอร์ลิน, มิวนิค, เทศกาลเบียร์ ,ท่องเที่ยว, ยุโรป, เช็ค, คนไทย ,ทัวร์ยุโรป, เที่ยวยุโรป, ปราก, คลุฟลอฟ, เชค,ท่องเที่ยวยุโรปแบบประหยัด, เที่ยวกับคนไทย, ทัวร์กับคนไทย, ออสเตรีย, เวียนนา, โมสาร์ท, บูดาเปส,ฮังการี, ล่องดานูบ.

Zurich

Zurich ซูริก แม้จะไม่ใช่เมืองหลวงแต่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและวัฒนธรรม บางครั้งเรียกว่าเมืองหลวงวัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์ และจากการสำรวจปี 2006 ถึง 2007 ซูริก ถือเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก และเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในยุโรป มีประชากรราว 1.68 ล้านคน
  • แม่น้ำ Limmat ซึ่งไหลลงสู่ทะเลสาปซูริค ที่อยู่ไม่ไกล การนั่งเรือ เป็นอีกวิธีที่ดี ในการเที่ยวชมเมืองซูริก เพราะแม่น้ำ Limmat ไหลผ่านย่านใจกลางเมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ก่อนจะไปออกที่ทะเลสาบซูริกอันงดงาม
  • Bahnhofstrasse  ถนนช้อปปิ้งในบรรยากาศแบบยุโรป ร้านอาหาร ร้านเหล้า ร้านชา กาแฟ ร้านขายเครื่องประดับ ฯลฯ เส้นทางเดินเป็นเนินภูเขาขึ้นๆ ลงๆ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง
  • ทะเลสาบซูริค  พื้นน้ำเรียบกว้างกลางเมือง ดูกว้างขวาง หรูหราด้วยเรือใบ เรือยอชต์ จอดชุมนุมเรียงราย และก็อยู่กลางเมือง รายรอบด้วยสวนสาธารณะที่ริมฝั่งซึ่งมีอยู่หลายแห่ง เป็นศูนย์การการพักผ่อนหย่อนใจ เดินเล่น นั่งเล่น วิ่งเล่น ขี่จักรยาน ของชาวเมือง และผู้มาเยือน
  • Church of Our Lady โบสถ์ที่สวยงามด้วยกระจกสี สร้างขึ้นโดย Emperor Ludwig (Louis) ให้แก่ ธิดานาม Hildegard ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 มาตกแต่งให้สวยงามด้วยกระจกสีในปี1970 โดย  Marc Chagall ซึ่งเป็นศิลปินชาวรัสเซีย อย่าลืมของฝากเป็นโปสการ์ดสวยๆหลายแบบ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของโบสถ์
  • St.Peter โบสถ์ที่มีหน้าปัดนาฬิกาใหญ่ที่สุดในยุโรป ภายในโบสถ์มีสภาพเรียบง่าย แทบจะไม่มีการตกแต่งหรือประดับประดาอะไรเลย
  • โบสถ์ Grossmunster ซึ่งเป็นหอคอยคู่ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ การได้ขึ้นหอคอยให้ขึ้นไปชมวิว เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาด ทางขึ้นหอคอยปราสาทค่อนข้างชันสักหน่อย ค่าขึ้นชมวิว เพียงคนละ 2 ฟรังซ์เท่านั้น
  • Kunsthaus  เป็นห้องแสดงภาพศิลปะของซูริคค่ะ ข้างในก็จะมีภาพวาด ภาพเขียน รูปปั้น ภาพกราฟฟิคต่างๆนานา

Prague, Czech

กรุงปราก (Prague) เป็นเมืองที่มีความงดงามแบบเทพนิยาย ทำให้แม้แต่นักท่องเที่ยวที่อ่อนล้ายังต้องหยุดเพื่อถ่ายภาพ ทางกายภาพกรุงปรากแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยแม่น้ำวัลตาวา ซึ่งไหลจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือและเลี้ยวไปยังทิศตะวันออก กรุงปรากประกอบด้วยเมืองที่เป็นเอกเทศต่อกันทั้งสิ้น 5 เมือง  1. Hradčany (คาสเซิ่ล แอเรีย)   2. Malá Strana (เลสเซอร์ ควอเตอร์)  3. Staré Město (โอลด์ทาวน์) 4. Nové Město (นิวทาวน์) 5. Josefov (จูวิช ควอเตอร์)  ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกรุงปรากมาจนถึงทุกวันนี้ทั่วทั้งเมืองเชื่อมต่อกันด้วยถนนคดเคี้ยวและตรอกซอยที่นำไปสู่แหล่งช็อปปิ้ง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในสัมผัสเมืองนี้การการเดินเท้า
Hradčany คือ ตั้งอยู่ใจกลางของ Pražský hrad (ปราสาทปราก) เป็นกลุ่มอาคารสีขาวที่เชื่อมต่อกันรอบ ๆ หอสวดมนต์ที่มีหลังคายอดแหลม ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำงานของประธานาธิบดี ปราสาทปรากตั้งเด่นสง่าอยู่บนยอดเนินเหนือตัวเมืองทางด้านตะวันตกของแม่น้ำวัลทาวามีบันไดทอดจากHradčany ลงมายัง Malá Strana, Malá Strana เลสเซอร์ ควอเตอร์ ย่านที่แน่นขนัดไปด้วยแมนชั่นหรูหรา สร้างขึ้นสำหรับชนชั้นสูงในช่วงศตวรรษที่ 17-18 มีสะพานที่มักลางเลือนอยู่ในสายหมอกอย่าง Karlův most (สะพานชาร์ลส) เป็นจุดเชื่อมเลสเซอร์ ควอเตอร์ กับ Staré Město  โอลด์ทาวน์เข้าด้วยกัน Staré Město โอลด์ทาวน์ ย่านที่ถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำวัลตาวา และถนนใหญ่ย่านการค้า 3 สาย ได้แก่ ถนน Revoluční ทางด้านตะวันออก ถนน Na příkopě ด้านตะวันออกเฉียงใต้และถนน Národní třída ที่มุ่งไปทางทิศใต้ หมู่ตึกที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของสะพาน และมีความสำคัญกับย่านนี้อย่างยิ่งคือ Staroměstské náměstí (จัตุรัสโอลด์ทาวน์) เคยเป็นตลาดการค้าในยุคกลาง ล้อมรอบด้วยบ้านยุคบารอค
จุดท่องเที่ยว
ปราสาทปราก (Prague Castle) สร้างในปี ค.ศ.885 ศูนย์กลางแห่งอำนาจของราชวงศ์เช็กมานานหลายร้อยปี เคยเป็นปราสาทของกษัตริย์แห่งเช็ก ปราสาทปรากเป็นปราสาทยุคกลางที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันบางส่วนรัฐบาลทำเป็นทำเนียบประธานาธิบดี
มหาวิหารเซนต์วิตุส (St. Vitus Cathedral) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1344 ด้วยศิลปะแบบโกธิค แต่แล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1929 เป็นที่เก็บมงกุฎเพชรซึ่งทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 กษัตริย์ผู้สร้างความเจริญสูงสุดจนทำให้เมืองปราก

Exif_JPEG_PICTURE

โบสถ์เซนต์นิโคลัส งดงามด้วยศิปละแบบบารอค
โบสถ์พระแม่ (Church of Our Lady Before Týn) เป็นสถานที่สำคัญ และะเป็นโบสถ์หลักของเขตเมืองเก่ามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 หอคอยของโบสถ์สูง 80 เมตร และมียอดเล็ก ๆ 4 แห่งอยู่โดยรอบ ภายในโบสถ์มี pipe organ ที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปราก
จัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) และ หอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Town Hall Clock) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า แวดล้อมด้วยสถาปัตยกรรมบารอค กอธิคและรอโคโคที่อลังการ จัตุรัสเมืองเก่าเป็นอีกย่านที่น่านั่ง มีคาเฟ่หลายร้านให้เลือก คุณอาจจะเช่าม้าหรือรถม้านั่ง เดินสำรวจตลาด หรือแม้แต่ชมหอนาฬิกาดาราศาสตร์ หอนาฬิกาออสโตรโนมิคอล (Astronomical Clock) ซึ่งเป็นจุดนัดพบยอดนิยม
สะพานชาร์ลส์  เมื่อปี 1357 สะพานแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแทนที่สะพานจูดิธซึ่งสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ในปัจจุบัน สะพานชาร์ลส์เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งในกรุงปราก สวยโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน และมีบรรดาพ่อค้าและเหล่านักแสดงอยู่ประปราย ทัศนียภาพของสะพานนี้จะสวยงามยิ่งขึ้นในช่วงเช้าตรู่และยามตะวันตกดิน
ชุมชนชาวยิวโยเซฟอฟ (พิพิธภัณฑ์และโบสถ์เก่า-ใหม่) – เป็นชุมชนชาวยิวที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป ตั้งชื่อตามจักรพรรดิ์โยเซฟที่สอง ประกอบด้วยโบสถ์ยิว 6 หลัง ตามรอยประวัติศาสตร์ที่แสนเศร้าของชาวยิวได้ที่พิพิธภัณฑ์ชาวยิว
อาคารที่ทำการเทศบาล  พระราชวังแบบอาร์ต นูโวแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1905 ถึง 1912 และมีคอนเสิร์ตฮอลล์ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง (สเมตาโนวา ฮอลล์) อย่าพลาดกาแฟที่ Municipal House Kavárna ที่สวยงามขึ้นชื่อ
เนินเขาเปตรีนและรถเคเบิลไฟฟ้า  เนินเขาเปตรีน เยี่ยมชมหอสังเกตการณ์เปตรีน จากหอคอยคุณจะได้ชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเมือง
จัตุรัสเวนเซสลัส (Václavské náměstí) สัญลักษณ์ของกรุงปรากยุคใหม่ แหล่งช้อปปิ้ง คาเฟ่เอฟรอปาซึ่งเป็นศิลปะแบบอาร์ต นูโว และอนุสาวรีย์เซนต์เวนเซสลัส
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก จัดแสดงงานนิทรรศการประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ปี 1891 ในอาคารประดับตกแต่งอย่างสวยงาม / ชมวิวสุดอลังการของจัตุรัสเวนเซสลาสจากชั้นบน

Pisa, Italy

ปิซา (Pisa) เมืองปิซ่า อยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นโทสคานา ประเทศอิตาลี อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ ประมาณ 100 กิโลเมตร  การเดินเท้าชมเมืองปิซ่าสร้างความเพลิดเพลินไม่น้อยกับบรรยากาศสบายๆเนื่องจากเมืองปิซ่านั้นเป้นเมืองที่มีความปลอดภัยสูงมาก
สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจ
จตุรัสดูโอโม แห่งปิซา  กัมโป เดย์ มีราโกลี (Campo dei Miracoli) “กัมโป เดย์ มีราโกลี” ซึ่งมีความหามายว่า ” จัตุรัสอัศจรรย์ ” ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกปี ค.ศ 1987ในชื่อ จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซา คือบริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพง ใจกลางเมืองปิซา
  • มหาวิหารปิซา (Duomo)  หอเอน (Torre pendente di Pisa หรือ La Torre di Pisa)
    เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศโดยยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
  • หอศีลจุ่ม (Baptistery) หรือเรียกอีกอย่างว่า หอล้างบาป เป็นคริสต์ศาสนสถาน ที่สร้างเป็นอิสระจากสิ่งก่อสร้างอื่นโดยมีอ่างศีลจุ่มเป็นศูนย์กลาง หอศีลจุ่มอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของวัดหรือมหาวิหารซึ่งมีแท่นบูชา และคูหาสวดมนต์ของตนเอง ในวัดสมัยคริสเตียนยุคแรก หอศีลจุ่มจะเป็นสถานสำหรับผู้จะเข้ารีตเรียนรู้เรื่องศาสนาก่อนจะรับศีลจุ่ม และเป็นที่ทำพิธีรับศีลจุ่ม
  •  สุสานนักบุญ (Campo Santo)
  • Giardino Scotto
  • Botanical Garden จะได้พบกับต้นไม้หลายหลากพันธ์ สวยงามนับว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่ อยู่ไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยของที่นี่
  • พิพิธภัณฑ์มหาวิหารปิซา (Museo del Opera del Duomo)

Berlin

เบอลิน /Berlin  เมืองหลวงของเยอรมัน เมืองเก่าในความใหม่ ใหม่ในความเก่า..  เบอลิน แม้จะเป็นเมืองเก่าแต่ผลของสงครามโลกครั้งที่สอง ถูกทำลายไปมากเหลือเกินแม้การซ่อมแซมจะทำขึ้นมาให้เหมือนเดิมก็ตาม ก็ยังรู้สึกว่าเป็นของทำขึ้นใหม่ ในขณะเดียวกัน เบอร์ลินกลับเป็นเมืองที่มีความทันสมัยสุดๆ เป็นแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งศึกษา แหล่งวัฒนธรรม .. ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนเยอรมันถึงได้หวงแหนเสรีภาพ และคลั่งการเฉลิมฉลองนักหนา ความน่าสนใจ ความยากลำบากกว่าจะได้มาซึ่งเสรี ความอัปยศของประวัติศาสตร์ ความปวดร้าวจากผลของสงคราม จุดน่าสนใจในเบอลิน

  • กำแพงเบอลิน  13 สค. 1961 วันเริ่มสร้างกำแพงกั้นแยกระหว่างเยอรมันตะวันออก และตะวันตกออกจากกัน กำแพงมีความยาวกว่า 111 กม.  สูง 4 เมตร จุดเริ่มของเรื่องเศร้า, เรื่องเล่ามากมาย กำแพงถูกทำลายลงเมื่อ 9 พย. 1989 เหลือเพียงบางส่วนเอาไว้ และถ่ายทอดเป็นภาพวาดจากศิลปินกว่าร้อยท่าน บอกเล่าเรื่องราวมากมาย ได้รับการยกย่องว่าเป็นเป็นภาพเขียนศิลปะที่ยาวที่สุดในโลก
  • Checkpoint Charlieจุดเผชิญหน้า เขตพรมแดนเขตการปกครองระหว่าง อเมริกัน และรัสเซีย มีการตรวจเอกสารการผ่านเข้า-ออก
  • Alexanderplatz คุณจะเห็นความเป็นเบอร์ลินได้ชัดเจน ในเขตเมืองเก่าที่ถูกทำลายไปมากมายได้ถูกขึ้นมาใหม่ แต่ยังคงให้เหมือนเดิม  นอกนั้นแหล่งช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าทันสมัยมาก Fernsehturm หอคอยสูงสุด
  • Nikolaiviertel เต็มไปด้วยร้านอาหารให้เขาไปนั่ง ร้านค้าน่ารักมากมาย บริเวณนี้มีโบสถ์เก่าแก่ Nikolaikirche  แต่ถูกทำลายไปกับสงคราม และเพิ่งซ่อมแซมเสร็จ และเปิดให้เยี่ยมชม ในปี 2010 นี่เอง
  • Berliner Rathaus – Rotes Rathaus
  • มหาวิหารเบอร์ลิน /Berliner Dom มหาวิหารโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี สร้างในระหว่างปี 1894-1905 ในรูปแบบสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์ ความวิจิตรสวยงามที่เห็นเป็นของใหม่ทำขึ้นให้เหมือนเดิม เพราะของเดิมถูกทำลายไปหมดพร้อมสงครามด้านหน้าวิหารเป็นมุมที่ผู้คนคนไม่เคยบางตาเลย แค่เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ ผู้คนจะมานอนเอกเขนก สนามหญ้าของสวนลุสท์ (Lustgarten)  ให้แสงแดดเลียผิวกันอย่างมีความสุข.
  • Denkmal für die ermordeten Juden Europas อนุเสาวรีย์รำลึกถึงชาวยิว 6 ล้านคนที่ถูกฆ่าในยุคนาซี ร่องรอยความปวดร้าวในประวัติศาสตร์ โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าเป็นการผสมผสานกันได้ดีมาก เป็นการออกแบบที่ดูทันสมัย ในขณะเดียวกัน รู้สึกได้ถึงความเศร้า ลึกลับ มืดดำ น่าอับอายและสยดสยอง.
  • Kaiser-Wilhelm-Gedächtniskirche ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยปี ค.ศ. 1891-1895 เพื่อเป็นการระลึกถึงกษัตริย์คนแรกของเยอรมัน ข้างในสวยงามทีเดียว น่าเสียดายมาก ปี1943 สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ถูกระเบิดทำลาย และอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม ซึ่งเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากขาดงบประมาณ.
  • Brandenburger Tor สัญลักษณ์ของกรุงเบอร์ลิน ด้านบนสุดมีรูปปั้นเทพธิดาแห่งชัยชนะนั่งอยู่บนที่ประทับมีรถม้าลาก 4ตัว เด่นตระหง่าน เรียกว่า “die Quadriga”  ซึ่งครั้งหนึ่งถูกนโปเลียนยึดไปไว้ที่ปารีสในฐานะที่เป็นของที่ยึดได้จากสงคราม 8ปีต่อมา เยอรมันชนะสงครามอีกครั้ง และนำกลับมาไว้ที่เดิม จะเห็นว่านักท่องเที่ยวทุกคนจะมาถ่ายรูปประตู พากลับบ้านไปด้วยกันถ้วนหน้า.
  • Reichstag อาคารรัฐสภา อาคารที่มีโดมแก้วอยู่ข้างบน ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันเลย อีกมุมของเบอร์ลินที่เนื้อหอมสุดๆ ผู้คนมากมายแห่แหนกันไปชม.
  • Hackesche Höfe อีกที่หนึ่งที่คุณจะเพลิดเพลินกันสถาปัตยกรรม การออกแบบที่สวยงาม ร้านค้าให้ช้อปปิ้งมากมาย.
  • Kurfürstendamm ถนนช้อปปิ้งสายหลัก เต็มไปด้วยสีสัน แฟชั่น สินค้าชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก.
  • Siegessäule
  • Sony Center ศูนย์กลางธุรกิจ ตึกสมัยใหม่ ความทันสมัยทางเทคโนโลยี.
  • พิพิธภัณฑ์ /Museumsinsel ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ 5 แห่ง Altes Museum, Neues Museum, Pergamonmuseums, Alte Nationalgalerie, Bode Museum. ไม่ควรพลาด Pergamonmuseums ณ. ที่แห่งนี้เก็บรักษาแท่นบูชาเทพเจ้าซุส หรือ เซอุส ซึ่งได้รับ การยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ผู้ที่หลงไหลศิลปะทั้งเก่าและใหม่ หาความสุนทรีย์ได้จากที่นี่เกินพอล่ะ.

Venice, Italy

Venice เวนิส มหานครบนผิวน้ำ อีกเมืองหนึ่งที่น่าเที่ยวของอิตาลี มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ติดอันดับเมืองที่สวยในระดับต้นๆของโลก ได้สมญานามต่างๆ เป็นเมืองแห่งสายน้ำ (City of  Water ), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges)  เนื่องจากเมืองถูกสร้างขึ้นด้วยการเชื่อมเกาะเล็กๆด้วยสะพานน้อยใหญ่กว่า 400แห่ง เข้าด้วยกัน, และเมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) เสน่ห์ของที่นี่คือน้ำที่ใสสะอาด การได้นั่งเรือกอนโดล่า ล่องไปตามคลองเล็ก คลองน้อย เป็นความโรแมนติกที่หาจากที่อื่นไม่ได้เลยvenedig001
San Marco มหาวิหาร และจตุรัสซานมาร์โค  เป็นอาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ อาหรับ โรมันเนสก์ เรอเนซองซ์ เข้าไว้ด้วยกัน มียอดโดมแบบอาหรับ, ด้านนอกจตุรัส กว้างขวางรายล้อมไปด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรม จุดศูนย์กลางของเกาะเวนิส รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง มหาวิหารซานมาร์โค ซึ่งเดิมที่เป็นโบสถ์ส่วนตัวของผู้ครองเมืองในสมัยนั้น, พระราชวังดอจส์ (Doge’ s Palace), หอระฆัง สูงเป็นจุดชมวิวอีกจุดที่น่าสนใจ มองเห็นวิวเมืองทั้งเมือง, ลีโอเน่ (Lione) รูปปั้นสิงโตตัวใหญ่ติดปีกพร้อมถือหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองเวนิส.
Palazzo Ducale พาลาซโซ ดูคาเล อาคารที่อยู่ข้างๆ มหาวิหารซานมาร์โก้ ซึ่งเป็นที่ทำการ บริหารกิจการ งานเมือง.
Murano glass แก้วมูราโน เครื่องแก้วชั้นดี มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองไม่ควรพลาด ที่จะมีเก็บไว้ชื่นชม หรือเป็นของฝากทีติดไม้ติดมือ เมื่อได้ไปเยือนเวนิส ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์กลางการผลิตมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 หากมีโอกาสได้ร่วมชมสาธิตการเป่าแก้ว ถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดทีเดียว.
Venice Carnival เทศกาลสวมหน้ากาก งานคาร์นิวัลประจำปี เรียกว่าเป็นจุดขายของเมือง มีการจัดขบวนพาเหรด แต่งตัวด้วยสีสัน สไตล์ต่างๆ จุดเด่นอยู่ที่แต่คนจะสวมหน้ากาก สังเกตุได้ว่าทั้งเมืองมีหน้ากากเป็นของที่ระลึกขายเต็มไปหมด แม้จะไม่ใช่เทศกาลก็ตาม งานจะถูกขึ้นในสัปดาห์ที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ในทุกๆปีโดยประมาณ.
Ponte di Rialto สะพานรีอัลโต้ ชื่อสะพานที่โด่งดังที่สุด สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ มีเวลาสักหน่อยนั่งเล่น ชมวิว ดื่มกาแฟ เฝ้าดูผู้คนไปพลางๆ ได้ความเพลิดเพลินไม่น้อย.

Munich

มิวนิค (Munich /Muenchen)  เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย ผู้มาเยือนได้สัมผัสกลิ่นอายขนบธรรมเนียมประเพณีแบบบาวาเรียนแท้ๆ.. มิวนิคได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งวัง, สวนสาธารณะ, ศิลปะ และสถาปัตยกรรม ตราสัญลักษณ์ เทศกาลเบียร์ ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวมากที่สุดของเยอรมนีmunich
 สถานที่ท่องเที่ยว 
  • Frauenkirche (ภาษาเยอรมัน Frauen=ผู้หญิง,  Kirche = โบสถ์) โบสถ์พระแม่มารี สร้างด้วยอิฐแดง เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิวนิค การได้ขึ้นไปชื่นชมวิวมุมสูงของเมืองมิวนิคโดยรอบ ถือว่าเป็นอย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาด
  •  Marienplatz / มาเรียนพลัตซ์  ใจกลางเมืองเก่า เป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรม ณ.บริเวณนี้ มีสิ่งที่น่าชมมากมาย รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเขาสูง (Mariensaeule), ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Das neue Rathaus), หอระฆังด้านหน้าที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ (Das Glockenspiel)
  •  Viktualienmarkt  /ตลาดวิคทัวเลียน ตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมือง สะดวกในการหาซื้อผักสด ผลไม้เกือบทุกชนิดจากฟาร์ม และจากทุกมุม ขายอาหารไส้กรอก ชีสชนิดต่างๆ  ตลาดเก่าแก่นี้มีมาตั้งแต่ปี 1807
  •  Residentz /เรสซิเดนซ์ พระราชวังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของมิวนิค อดีตที่ประทับและศูนย์กลางอำนาจของกษัตริย์บาวาเรียน ปัจจุบันเป็นจัดแสดงสมบัติล้ำค่ามากมายทั้งเฟอร์นิเจอร์ ภาพเขียน เครื่องเคลือบ และเครื่องเงิน ห้องจำนวน 130 ห้อง  ไม่ควรพลาด Antiquarium ห้องโถงสไตล์เรอเนสซองส์ที่สวยงาม
  •  Schloss Nymphenburg / พระราชวังนิมเฟนบร์วก พระราชวังบาร็อกแห่งนี้เดิมเป็นที่ประทับฤดูร้อนของพระเจ้าลุดวิกที่ 1 การตกแต่งภายในอันงดงาม ภายในมีห้อง Gallery Beauties แสดงภาพวาดสตรีสวยงาม 36นาง ในวงสังคมนิวมิค รวมถึงภาพวาด นางโลล่า มอนเทช นักเต้นรำชาวไอริช ผู้มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าลุดวิกที่ 1 และเป็นสาเหตุที่ทำให้พระองค์สละราชบัลลังก์
  •  Amalienburg  / อะมาเลียนบร์วก สวนที่ประทับในฤดูล่าสัตว์ ถือเป็นผลงานรอคโคโคชั้นเอกของยุโรป
  •  Olympic Park / สวนโอลิมปิก  ศูนย์กีฬาขนาดใหญ่สำหรับการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่มิวนิคเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 1972 ปัจจุบันนี้โอลิมปิกปาร์กเปรียบเหมือนส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตชาวเมือง
  •  Bayerisches Nationalmuseum / พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบาวาเรียน อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมและศิลปะ
  •  Deutsches Museum / พิพิธภัณฑ์เยอรมัน  ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มากมายด้วยความบันเทิงอย่างน่าอัศจรรย์ใจ จะต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อจะเดินชม ทุกส่วนการเแสดงต่าง ๆ เรือใบ เรือดำน้ำ รถไฟ เครื่องบิน และเครื่องดนตรี  โปรแกรมเที่ยวมิวนิคmuenchen 001

Charles Bridge

สะพานชาร์ล (Charl’s Bridge) ถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปราก สะพานทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวา เชื่อมระหว่างย่านย่าน old town กับ lesser side  สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 โดยชื่อเดิมนั้นเรียกว่า สะพานปราก ต่อมาใน ค.ศ. 1870 จึงได้เปลี่ยนชื่อตามพระนามของพระเจ้าชาร์ล
  • สะพานนี้มีำตำนาน น่าสนใจไม่แำ้พ้เรื่องราวของรูปปั้นต่างๆ ที่เรียงรายกัน 2 ข้างบนสะพาน เซนต์หญิงทั้ง 3 ซึ่งมีตำนาน ต้องแก่ความตายก่อนวัยอันควร
    • St. Barbara สาวงามผู้หลบหนีพ่อมาบวชในศาสนา แต่พ่อผู้หึงหวงลูกสาวก็ตามมาฆ่าตัดหัวเธอ
    • Margaret หญิงสาวผู้มีศรัทธาแรงกล้า ปฏิเสธการสมรสกับคนนอกศาสนา จึงถูกทรมานจนตาย,
    • St. Elizabeth ธิดากษัตริย์ผู้อุทิศตนให้กับการดูแลผู้ป่วย
    • St. Cosmos and Damian แพทย์สองพี่น้องที่อุทิศตนดูแลรักษาผู้ป่วยจนได้รับการนับถือต่อมาเป็นนักบุญ
    • St. Francis Xavier นักบุญที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาทวีปเอเชีย
    • St. John the Baptist ผู้ทำพิธีล้างบาปให้พระเยซู
    • St. Vitus นักบุญที่กษัตริย์เวนเซสลัสนับถือ และนำนามของท่านมาสร้างวิหารเสียดฟ้าในปราสาท
    • St. Anne และ St. Joseph มารดาและสามีพระแม่มารี
    • St. John Nepomuk รูปปั้นจะเป็นสีบรอนซ์ไม่เหมือนใคร คริสต์ชนที่เดินข้ามผ่านสะพานนี้ มาหยุดอยู่หน้ารูปปั้น เพื่ออธิษฐานและแสดงความเคารพโดยการแตะๆ ลูบๆ แผ่นโลหะสีทองๆ โดยปกติแล้ว บริเวณนี้ผู้คนจะแน่นมาก ต้องต่อคิวกัน ว่ากันว่าหากใครอธิษฐานจะได้กลับมาเยือนปรากอีก